End-Game Rogue PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 10
แย่มากดีมาก 
เขียนโดย Grandeur   
จันทร์, 17 กันยายน 2007

สวัสดีครับ ขอต้อนรับผู้เล่นใหม่ที่กำลังหา class ที่ถูกใจ หรือว่าจะเป็นผู้เล่นเก่าที่อยากลองเปลี่ยนแนวทางการเล่นของตัวเอง

อันที่จริงแล้วตัวผมเองก็ยังมีประสบการณ์ในการเล่นอาชีพสายนี้ไม่มากนัก เราคงต้องยอมรับครับว่า wow เป็นเกม เกมนึงที่ออกแบบระบบตัวละครได้หลากหลายมากๆ Talent ที่แบ่งกันออกมาเป็น 3 สาย ก็มีสายย่อยๆอีกมากมาย รูปแบบการเล่น วิธีการสู้จึงแตกต่างกันมากมาย อาวุธที่หลากหลายก็ทำให้การอัพ talent แตกแขนงออกไปจนน่าปวดหัว >< แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สนุกดีครับ :D

เคยมีคนพูดไว้ว่า "wow จะเป็นเกมจริงๆเมื่อเลเวล 70 เป็นต้นไป" คำพูดนี้เป็นความจริงครับผมเลยอยากให้เพื่อนที่หลงผิด >< ซื้อเกมนี้มาแล้วเล่นให้ถึงที่สุดก่อน ก่อนที่จะบอกว่าน่าเบื่อ ไม่หนุก แล้วก็เลิกเล่นในที่สุด

อย่างที่คุณ Hornet ได้เกริ่นไว้ในบทความ Rogue เบื้องต้นแล้ว ผมจึงอยากนำประสบการณ์ ทั้งจากที่ได้มาเอง และจากการศึกษา อ่านกระทู้มา เขียนแนวทางการเล่น Rogue endgame ให้กับผู้เล่นใหม่ หรือผู้เล่นที่อยากพัฒนารูปแบบของตัวเองขึ้นไปอีก

Rogue แต่เดิมเป็นสายอาชีพที่เล่นยาก เก็บเวลยากครับเลือดน้อยฟันเบา บาง ไม่มีสกิลหยุด การเล่น Rogue ตามลำพังตั้งแต่เวล 1-70 เป็นอะไรที่แสนทรมาน T_T แต่ผลที่ได้มันคุ้มค่ามากครับ

Rogue เรามีอาชีพเดียวใน Raid จริงๆครับนั่นคือ DPS แต่การที่เราเป็น Melee dps นั้นทำให้การเล่นเสี่ยงตายขึ้นมามายโขอยู่ >< เร้าใจดีครับ 555

ส่วนคนที่รักการ pvp และ arena สายอาชีพของเราก็ยังทำได้ดี เพียงแต่เวลาไปเจอคู่สุดหินอย่าง war/pal ก็อาจจะร้องไห้กันนิดหน่อย T_T

Raid และ PvP มีรุปแบบการเล่นที่ต่างกันมาก

ใน raid เราคำนึงถึงแค่ 2-3 เรื่องนั่นคือ

1.Aggro control ห้าม Over aggro เป็นอันขาดไม่งั้นดอกเดียวหลับแน่นอนครับ

2.การเอาตัวรอด จาก skill aoe และ การโจมตีแบบกวาด

3.ทำ DPS ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ใน pvp ก็แตกต่างกันไปตามลักษณะ นั่นคือ

1.World pvp ถ้าจะพูดให้เข้าใจก็ ไล่เสียบชาวบ้านกำลังเก็บเวลใน map ธรรมดาแหละครับ

2.Arena 2v2 3v3 5v5 แต่ 2v2 จะแตกต่างกับ 3v3 , 5v5 อยู่บ้างเล็กน้อย

3.BG จะคล้ายๆกับ Arena ครับแน่เน้น Last shot นิดหน่อย lol

 

Talent Overview

เนื่องจากตัวผมเองเคยลองเล่นอยู่แค่ 2สาย คือ Ass และ Combat จึงมี overview แค่ 2 สายนะครับ ><

1.Ass รูปแบบเด่นจะเป็นเรื่อง Instance Strike ที่ทำ Damage สูงที่สุดในบรรดาทุกสายถ้า ติดพิษและ ติดคริ 2 ข้างพร้อมกันคือ Multilate และเด่นในการปั้ม Combo และ การติดพิษที่รวดเร็ว การทำ CP ที่เร็วทำให้เกิดการเล่นที่หลากหลาย ไม่ซ้ำซาก และสามารถใช้การ Stunlock ได้ถ้าหากชำนาญแล้ว

2.Combat จะเป็นสายที่น่าใช้เก็บเวลมากที่สุด และเป็นสายที่สามารถใช้อาวุธหลักได้นอกเหนือจากมีด รูปแบบการเล่นค่อนข้างซ้ำซากเนื่องจากการทำ CP ที่ช้า แต่เด่นเรื่องความยืดหยุ่นในหลายๆสถานะการเช่น pvp leveling raid ins ยกเว้ย C-dagger สร้าง CP ช้าที่สุดจึงน่าเบื่อเป็นพิเศษ

 

 

ก่อนจะไปดูรายละเอียดเราต้องรู้จักตัวย่อในการเรียกชื่อคำเฉพาะกันก่อน

CP = Combo point                                    

SnD = Slice and Dice                               

SS,S = Sinister Strike

BS = Backstab

Mul = Multilate

HM = Hemorrhage

R = Rupture

DW = Dual wield

EV = Eviscerate

EN = Envenom

DP = Deadly Poison

MH = Main Hand

OH = Off Hand

CS = Cheap shot

KS = Kidney Shot

 

Raid

การลง Raid มีสิ่งที่ Rogue จำเป็นต้องรู้คือ

1.Hit Rating แต่เดิมที่ mob level +/- 2 จากตัวเราจะมีโอกาสที่ MH จะ Miss อยู่ที่ 5% และ OH ที่ 24% (OH miss ไม่แน่ใจนะครับว่า 24% เมื่ออัพ DW รึเปล่า) แต่ที่แน่นอนคือฟัน miss จาก OH พบได้บ่อยมาก การลง Raid จึงมี Stat ที่สำคัญที่สุดที่ +Hit rating

บางคนอาจสงสัยว่าแล้ว Stat อื่นๆไม่สำคัญเหรอ ? ไม่ใช่ครับ จริงๆแล้วสำคัญทุกอันมากน้อยแตกต่างกันบ้าง แต่ stat ที่ทำให้เกิดผลต่างกันมากๆในการ dps raid แต่ละครั้งนั้นมาจาก Hit rating

การเลือกใส่ Gem ใน Gear จึงเน้นไปที่ +Hit rating (+8 hit rating) เป็นหลัก

2.ใน Raid ส่วนใหญ่มักจะมี mob ที่เป็น Poison immune จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สาย Ass เสียเปรียบ Combat อยู่พอตัว

3. Mob ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบอสมี Armor หนาทำให้การโจมตีพวก Mul , EV เบาลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ Rupture นั้นทำ Damage ได้เท่าเดิม และจะแรงขึ้นเมื่อ AP สูง

4.C-Dagger กับ C-another(sword , fist , mace) มีความแตกต่างกันพอสมควร Instance strike ที่ C-dagger ใช้คือ BS แต่ C-another คือ SS ผลจากความแตกต่างนี้ทำให้เกิดการใช้สกิลที่แตกต่างกัน C-dagger จิงไม่สามารถแสดงอำนาจ DPS ออกมาได้อย่างเต็มที่เมื่อ ลง 5-mans / 10-mans(kara) เพราะ Mob 1 ตัวใช้เวลาฆ่าเร็วเกินกว่ามีดจะใช้ สกิลครบ Cycle เพราะ BS กิน Energy สูงกว่า SS 50% (60,40/1 CP) สายอื่นๆที่ใช้ SS เป็นหลักจึงทำ Cycle ได้เร็วกว่าในการ dps mob แต่ละตัว

5.Feint,Vanish ใช้ในการ Clear Aggro การใช้ Feint นั้นต้องใช้เรื่อยๆ เพราะลด Threat ได้น้อยแต่ CD สั้นและใช้ Energy น้อย (20) แต่ Vanish สามารถ Clear Threat ได้หมด (จากเท่าไหร่ก็กลายเป็น 0) แต่ CD นานใช้กรณีคับขันสุดๆเท่านั้น

6.SnD ต้องติดตลอดเวลาห้ามขาดแม้แต่วินาทีเดียวถ้าหาก in combat สาย Mul ไม่มีปัญหาเพราะสร้าง CP ได้เร็วมากๆอยู่แล้วแต่สำหรับ Combat นั้นการสร้าง CP ช้าจึงต้องเลือกกดให้ดีไม่งั้นจะกลายเป็นเอา CP ไปทิ้ง

7.ไม่ควรเปิดด้วย CS เพราะจะทำให้ mob ไม่อัด Tank ซึ่งปกติ Tank ใช้ Rage ในการสร้าง Aggro ถ้าหากเปิดด้วย CS เร็วมากๆ มีโอกาสที่เกิด Overaggro ได้ง่ายและอาจจะทำให้ wipe ได้เลยถ้าเกิด Tank จับกลับมาไม่ทัน เช่นเดียวกัน KS ก็ควรใช้ในยามจำเป็นเพราะมีโอกาสเกิดเหตุการณ์แบบแรกได้

8. CP แต่ละหน่วยมีความสำคัญสูงการใช้สกิลที่เกิดระยะเวลา เช่น SnD Rupture จำเป็นต้องดูเวลาหมดให้ดีไม่งั้นจะกลายเป็นใช้ CP เสียเปล่าได้ และไม่ควรปล่อยให้ CP ใน mob ที่กำลังจะตายเสียเปล่าถ้า SnD ใกล้จะหมดแล้วเหลือ mob ตัวอื่นอีกก็ควรเลือกใช้ SnD หรือถ้าไม่มีก็ควรเลือกเป็น Finish move ที่เป็น Instance damage

9.Damage หลักที่ Rogue 1 คนทำได้ตลอดการ run raid คือ white damage หรือ damage ที่เกิดจากกันฟันธรรมดา มากกว่า 4X % ถึงแม้ว่าสาย 41/20/0 จะกด Mul ตลอดก็ยังทำ Damage จาก Mulไปได้แค่ 3X % ส่วน Damage ที่มาจาก Finish move และ Poison ผมไม่ได้นำมาคิดด้วยเพราะ Finish move ที่ทำ Damage ของแต่ละสายไม่ตายตัว แต่ Instance Strike ที่ใช้สร้าง CP เป็นสิ่งที่แต่ละสายมีตายตัวแน่นอน 

10. Cycle หรือลำดับการใช้สกิล ในสาย 41 / 20 / 0 นั้นปั้ม CP ง่ายแล้วเร็วจึงมี Cycle หลากหลายแต่สำหรับ Combat จะปั้ม CP จึงมักมีรูปแบบ cycle ตายตัวเช่น C-Dagger 1SnD/3SnD/5SnD C-another 1SnD/3SnD/5R,5EV การเลือกใช้ 1CP เพื่อ SnD นี้ใช้ใน Raid เป็นหลักเนื่องจากไม่ควรเปิดด้วย CS ทำให้การปั้ม CP ช้าลง แต่หากลง Ins หรือ Grinding ทั้วไปจะเป็น 3SnD/5SnD/5R,5EV

Talent for 25-mans/5-mans

1.41 / 20 / 0  รูปแบบของ Talent แรกนี้จะเน้นลงไปที่การปั้ม CP และ DP เพื่อ EN

2.41 / 20 / 0 จะเป็นรูปแบบ Raid ทั่วไปที่มีการเผื่อ Ev ในกรณีที่เจอ Poison Immune เช่น Curator

Ratings:
5-Mans: A
10 Mans: B+
25 Mans: B+

3.19 / 42 / 0 (+/- 5 Imp Ev,Murder) เป็นรูปแบบปกติที่พบได้มากในการ grinding ins raid การทำ Cycle จะช้ากว่า 41/20/0 แต่เร็วกว่า 15/41/5 และมักจะจบด้วย R ไม่ก็ Ev

Ratings:
5-Mans: A+
10 Mans: A+
25 Mans: A+

4.15 / 41 / 5 เน้นการใช้ BS เพื่อสร้าง CP มีอยู่แค่นี้จริงๆครับ >< น้อยมากที่จะใช้ Finish move อย่างอื่นนอกเหนือจาก SnD

Ratings:
5-Mans: B
10 Mans: A
25 Mans: A

Raid Talent Overview

CP Generate
Mul > C-Sword > C-Dagger

Long DPS time/mob
C-Sword > C-Dagger > Mul

Shot DPS time/Mob
C-Sword > C-Dagger > Mul

จะเห็นได้ว่าเรื่อง DPS สาย Combat กินขาดจริงๆครับ แต่เดิมผมก็ไม่ค่อยเชื่อจนมี Rogue ต่างชาติที่เล่น Combat Sword ของฟ้าทั้งตัว ส่วนผมถือ Malchezeen/Emerald Rpper ยังแพ้ไปหลาย % จากวันนั้นทำให้ผมกลับมาลองหา Best Talent for raid ผมที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับ และจากการลองใช้ C-Dagger ทำให้เข้าใจว่า BS ของ 15/41/5 นั้น average damage นั้นดีกว่า Mul เห็นๆครับประกอบกับ +Cri rating จาก Combat talent ทำให้การืทำ Damage จากสีขาว (การฟันธรรมดา) แสดงประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่ ชนิด 41/20/0 สู้ไม่ได้ทีเดียว แต่ในกรณีของ C-Sword สิ่งที่ทำให้ dps ของ C-Sword สูงสุดนั้นขึ้นกับ cycle ที่ไวกว่า เนื่องจากการใช้ SS แทนการใช้ BS ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าในการจบ cycle ยิ่งจบ cycle มากยิ่งทำให้ bonus damage จาก finishmove มากขึ้นตามไปด้วย

OH Weapon
Mul นิยมการใช้ Slow OH เพื่อเอา Damage ของ Mul ให้เต็มที่
Combat นิยมใช้ Fast OH เพื่อ Generate Energy จากความสามารถของ Talent เช่น C-dagger แนะนำ Searing Sunblade ส่วน C-another แนะนำอาวุธจาก Arena หรือใช้มีดแทนถ้ายังไม่มี อาวุธ arena

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อังคาร, 09 ตุลาคม 2007 )
 
ถัดไป >